Normal view MARC view ISBD view

แนวทางการพัฒนาการสื่อสารของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนในจังหวัดตราด = Guidelines for communication development of community pest management centers in Trat Province / นางสาวธัญญาภรณ์ บอนแดง.

By: ธัญญาภรณ์ บอนแดง,, 2523- ผู้แต่ง.
Contributor(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สำนักบัณฑิตศึกษา
Call number: Thes สส 1 ธ67 2562 Material type: TextTextProducer: 2562Description: [ก]-ญ, 194 แผ่น : ภาพประกอบ ; 30 ซม.Content type: text | still image Media type: unmediated Carrier type: volumeOther title: Guidelines for communication development of community pest management centers in Trat Province.Subject(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาเกษตรศาสตร์และสหกรณ์ -- วิทยานิพนธ์ | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วิชาเอกส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร -- วิทยานิพนธ์ | ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน -- ไทย -- ตราด | การสื่อสารทางการเกษตรDissertation note: วิทยานิพนธ์ (กษ.ม.(ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร))--มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2562. Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพพื้นฐานของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน 2) สภาพการสื่อสาร 3) ปัญหาและข้อเสนอแนะการสื่อสาร และ 4) แนวทางการพัฒนาการสื่อสารการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา ดังนี้ 1) การศึกษาสภาพพื้นฐาน สภาพการสื่อสาร ปัญหาและข้อเสนอแนะการสื่อสาร แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอและจังหวัด จำนวน 44 ราย ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 8 ราย โดยสุ่มแบบเจาะจง (2) กลุ่มที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย (2.1) คณะกรรมการ จำนวน 46 ราย ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 7 ราย โดยสุ่มแบบเจาะจง (2.2) สมาชิก จำนวน 249 ราย ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 113 ราย โดยคำนวณจากสูตรของยามาเน่ ที่ระดับสำคัญ 0.07 โดยใช้วิธีสุ่มแบบง่าย (2.3) เกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตั้งศูนย์ จำนวน 272 ราย ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 117 ราย โดยคำนวณจากสูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ ที่ระดับสำคัญ 0.07 โดยใช้วิธีสุ่มแบบง่าย (24) เครือข่ายศจช.ระดับจังหวัด จำนวน 1 ราย ศึกษาจากประชากรทั้งหมด เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ 2) การศึกษาแนวทางการพัฒนาการสื่อสาร ใช้ประชากรและกลุ่มตัวอย่างเดียวกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสนทนากลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่าความถี่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เข้าร่วมศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนจากการชวนของเจ้าหน้าที่ ส่วนกลุ่มเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ทุกกลุ่มใช้สมาร์ทโฟนและโทรศัพท์บ้าน/มือถือมากกว่าร้อยละ 50 และใช้แอปพลิเคชั่นไลน์และเฟซบุ๊กมากกว่าร้อยละ 40 2) ทุกกลุ่มมีคุณสมบัติการสื่อสารระดับมากและมากที่สุด ยกเว้นเกษตรกรอยู่ในระดับปานกลาง โดยทุกกลุ่มพูดคุยประเด็นโรคพืชและแมลงศัตรูพืชมากที่สุด ด้านสื่อ/ช่องทาง ทุกกลุ่มรับรู้ข้อมูลผ่านเจ้าหน้าที่ การประชุมกลุ่มศจช. และสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด แต่รับรู้ผ่านเครือข่ายและการศึกษาดูงานน้อยที่สุด 3) ปัญหาและข้อเสนอแนะ พบว่า ขาดความรู้ ชำนาญด้านอารักขาพืชและทักษะการถ่ายทอดความรู้ และช่องทางยังไม่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย 4) แนวทางการพัฒนา ได้แก่ การพัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนให้มีวิทยากรเกษตรกร และจัดทำแผนการดำเนินงาน/หลักสูตรอบรมแก่ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน.
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    average rating: 0.0 (0 votes)
Item type Location Location Call number Copy number Barcode Status Date due
10003 Thesis, Theses, IS Thesis, Theses, IS ODI General Collection
ODI Theses Thes สส 1 ธ67 2562 (Browse shelf) 1 1000531332 Available

พิมพ์ดีด (ถ่ายสำเนา)

วิทยานิพนธ์ (กษ.ม.(ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร))--มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2562.

บรรณานุกรม: แผ่นที่ [134]-137.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพพื้นฐานของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน 2) สภาพการสื่อสาร 3) ปัญหาและข้อเสนอแนะการสื่อสาร และ 4) แนวทางการพัฒนาการสื่อสารการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา ดังนี้ 1) การศึกษาสภาพพื้นฐาน สภาพการสื่อสาร ปัญหาและข้อเสนอแนะการสื่อสาร แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอและจังหวัด จำนวน 44 ราย ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 8 ราย โดยสุ่มแบบเจาะจง (2) กลุ่มที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย (2.1) คณะกรรมการ จำนวน 46 ราย ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 7 ราย โดยสุ่มแบบเจาะจง (2.2) สมาชิก จำนวน 249 ราย ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 113 ราย โดยคำนวณจากสูตรของยามาเน่ ที่ระดับสำคัญ 0.07 โดยใช้วิธีสุ่มแบบง่าย (2.3) เกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตั้งศูนย์ จำนวน 272 ราย ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 117 ราย โดยคำนวณจากสูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ ที่ระดับสำคัญ 0.07 โดยใช้วิธีสุ่มแบบง่าย (24) เครือข่ายศจช.ระดับจังหวัด จำนวน 1 ราย ศึกษาจากประชากรทั้งหมด เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ 2) การศึกษาแนวทางการพัฒนาการสื่อสาร ใช้ประชากรและกลุ่มตัวอย่างเดียวกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสนทนากลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่าความถี่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เข้าร่วมศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนจากการชวนของเจ้าหน้าที่ ส่วนกลุ่มเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ทุกกลุ่มใช้สมาร์ทโฟนและโทรศัพท์บ้าน/มือถือมากกว่าร้อยละ 50 และใช้แอปพลิเคชั่นไลน์และเฟซบุ๊กมากกว่าร้อยละ 40 2) ทุกกลุ่มมีคุณสมบัติการสื่อสารระดับมากและมากที่สุด ยกเว้นเกษตรกรอยู่ในระดับปานกลาง โดยทุกกลุ่มพูดคุยประเด็นโรคพืชและแมลงศัตรูพืชมากที่สุด ด้านสื่อ/ช่องทาง ทุกกลุ่มรับรู้ข้อมูลผ่านเจ้าหน้าที่ การประชุมกลุ่มศจช. และสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด แต่รับรู้ผ่านเครือข่ายและการศึกษาดูงานน้อยที่สุด 3) ปัญหาและข้อเสนอแนะ พบว่า ขาดความรู้ ชำนาญด้านอารักขาพืชและทักษะการถ่ายทอดความรู้ และช่องทางยังไม่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย 4) แนวทางการพัฒนา ได้แก่ การพัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนให้มีวิทยากรเกษตรกร และจัดทำแผนการดำเนินงาน/หลักสูตรอบรมแก่ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน.

There are no comments for this item.

Log in to your account to post a comment.
    สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ : Free Hit Counter