Normal view MARC view ISBD view

แนวทางการดำเนินการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านปาเระ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี = Guidelines for the operation of student help-care program of Ban Pareh School, Mueang Pattani District, Pattani Province / นายซัยดี ยามู.

By: ซัยดี ยามู,, 2523- ผู้แต่ง.
Contributor(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์
Call number: IS ศษ 2 ซ64 2561 Material type: TextTextProducer: 2561Description: [ก]-ญ, 82 แผ่น ; 30 ซม.Content type: text Media type: unmediated Carrier type: volumeOther title: Guidelines for the operation of student help-care program of Ban Pareh School, Mueang Pattani District, Pattani Province.Subject(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ -- การศึกษาเฉพาะกรณี | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. แขนงวิชาบริหารการศึกษา -- การศึกษาเฉพาะกรณี | ความช่วยเหลือทางการศึกษา | โรงเรียนประถมศึกษา -- ไทย -- ปัตตานี -- การบริหาร | การศึกษาอิสระ -- บริหารการศึกษาAbstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพการทั่วไปของนักเรียนในโรงเรียนบ้านปาเระ อำภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี (2) ศึกษาสภาพการดำเนินการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนบ้านปาเระ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และ (3) เสนอแนะแนวทางการดำเนินการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนบ้านปาเระ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้จากการเลือกแบบเจาะจงจากผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านปาเระ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ประกอบไปด้วย ครูที่ปรึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 6 คน และผู้บริหารสถานศึกษา รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 7 คน เครื่องมือการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์แบบเจาะลึกเกี่ยวกับการดำเนินการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยปรากฏว่า (1) สภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านปาเระพบว่านักเรียนมีภาวะโภชนาการตามเกณฑ์มาตรฐานคิดเป็นร้อยละ 81.89 และอาศัยร่วมกับบิดามารดา คิดเป็นร้อยละ 78.4 (2) ในภาพรวมครูที่ปรึกษาแต่ละชั้นเรียนได้ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และมีการส่งต่อภายนอก นักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้คัดกรองโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและทำการรักษา (3) ข้อเสนอแนะในการดำเนินการคือโรงเรียนจัดตั้งคณะกรรมการผู้ปกครองชั้นเรียนเพื่อประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมนักเรียน ประกอบไปด้วยทุกภาคส่วน ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นสื่อกลางประสานงาน ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงครูด้วยวิธีการที่หลากหลาย ครูที่สอนร่วมชั้นแต่ละชั้นเรียนควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่งเสริมความถนัดความสนใจของนักเรียน ฝึกทักษะต่างๆ จัดอบรมให้ความรู้ด้านจิตวิทยาเด็กแก่ครูและควรประสานศูนย์การศึกษาพิเศษในการดูแลนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้.
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    average rating: 0.0 (0 votes)
Item type Location Location Call number Copy number Barcode Status Date due
10000 Thesis, Theses, IS Thesis, Theses, IS ODI General Collection
ODI General Collection IS ศษ 2 ซ64 2561 (Browse shelf) 1 1000531150 Available

พิมพ์ดีด (ถ่ายสำเนา)

บรรณานุกรม: แผ่นที่ [70]-72.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพการทั่วไปของนักเรียนในโรงเรียนบ้านปาเระ อำภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี (2) ศึกษาสภาพการดำเนินการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนบ้านปาเระ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และ (3) เสนอแนะแนวทางการดำเนินการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนบ้านปาเระ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้จากการเลือกแบบเจาะจงจากผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านปาเระ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ประกอบไปด้วย ครูที่ปรึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 6 คน และผู้บริหารสถานศึกษา รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 7 คน เครื่องมือการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์แบบเจาะลึกเกี่ยวกับการดำเนินการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยปรากฏว่า (1) สภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านปาเระพบว่านักเรียนมีภาวะโภชนาการตามเกณฑ์มาตรฐานคิดเป็นร้อยละ 81.89 และอาศัยร่วมกับบิดามารดา คิดเป็นร้อยละ 78.4 (2) ในภาพรวมครูที่ปรึกษาแต่ละชั้นเรียนได้ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และมีการส่งต่อภายนอก นักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้คัดกรองโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและทำการรักษา (3) ข้อเสนอแนะในการดำเนินการคือโรงเรียนจัดตั้งคณะกรรมการผู้ปกครองชั้นเรียนเพื่อประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมนักเรียน ประกอบไปด้วยทุกภาคส่วน ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นสื่อกลางประสานงาน ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงครูด้วยวิธีการที่หลากหลาย ครูที่สอนร่วมชั้นแต่ละชั้นเรียนควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่งเสริมความถนัดความสนใจของนักเรียน ฝึกทักษะต่างๆ จัดอบรมให้ความรู้ด้านจิตวิทยาเด็กแก่ครูและควรประสานศูนย์การศึกษาพิเศษในการดูแลนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้.

There are no comments for this item.

Log in to your account to post a comment.
    สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ : Free Hit Counter