Normal view MARC view ISBD view

การวิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผลของการจัดการของเสียอันตรายขององค์การบริหารส่วนตำบลค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี = Cost-effectiveness analysis of hazardous waste management in Kaibangrachan Sub-district Administrative Organization, Singburi Province / นางสาวกรธนาวีร์ อ่อนสำอางค์.

By: กรธนาวีร์ อ่อนสำอางค์,, 2528- ผู้แต่ง.
Contributor(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
Call number: IS ศศ 1 ก46 2561 Material type: TextTextProducer: 2561Description: [ก]-ฌ, 65 แผ่น ; 30 ซม.Content type: text Media type: unmediated Carrier type: volumeOther title: Cost-effectiveness analysis of hazardous waste management in Kaibangrachan Sub-district Administrative Organization, Singburi Province.Subject(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ -- การศึกษาเฉพาะกรณี | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วิชาเอกเศรษฐศาสตร์ -- การศึกษาเฉพาะกรณี | การจัดการของเสีย -- ต้นทุน | การจัดการของเสีย -- ไทย -- สิงห์บุรี | การศึกษาอิสระ -- เศรษฐศาสตร์Abstract: การศึกษาครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบันของการจัดการของเสียอันตรายขององค์การบริหารส่วนตำบลค่ายบางระจัน 2) วิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผลในการจัดการของเสียอันตรายขององค์การบริหารส่วนตำบลค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ข้อมูลจากการศึกษานี้ รวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิ และการสำรวจครัวเรือนแบบเจาะจง จำนวน 100 ครัวเรือน เพื่อนำมาเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผลของโครงการที่เป็นไปได้ในการจัดการของเสียอันตราย 3 โครงการภายใต้อายุโครงการ 10 ปี ได้แก่ 1) การตั้งจุดรับทิ้งของเสียอันตรายแบบครบวงจร 2) โครงการออกรับของเสียอันตรายถึงหน้าบ้าน และ 3) โครงการธนาคารของเสียอันตราย ซึ่งโครงการที่เหมาะสมตามเงื่อนไขการวิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผลคือโครงการที่มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุด โดยการทดสอบความอ่อนไหวด้วยอัตราคิดลดที่แตกต่างกันได้แก่ ร้อยละ 3 ร้อยละ 5 และร้อยละ 8 และการเพิ่มปริมาณของเสียอันตรายจากครัวเรือนจากค่าอัตราการเติบโตของขยะในปัจจุบันจาก 1.654 กิโลกรัมต่อครัวเรือนต่อเดือนเป็น 2 กิโลกรัมต่อครัวเรือนต่อเดือนและ 3 กิโลกรัมต่อครัวเรือนต่อเดือน ผลการวิเคราะห์พบว่า 1) องค์การบริหารส่วนตำบลค่ายบางระจันสามารถจัดเก็บของเสียอันตรายของครัวเรือนได้เพียง 30 กิโลกรัมต่อเดือน โดยของเสียอันตรายที่ไม่ได้รับการจัดการย่อมส่งผลก่อให้เกิดผลกระทบภายนอกทางลบต่อสังคม และ 2) โครงการที่มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุดคือโครงการที่ 1 โครงการที่ตั้งจุดรับของเสียอันตรายแบบครบวงจร มีต้นทุนอยู่ในช่วง 14,231 - 18,654 บาทต่อตัน ณ ราคาคงที่ พ.ศ.2561 และเมื่อทำการวิเคราะห์ความอ่อนไหวด้วยอัตราคิดลดและปริมาณของเสียอันตรายต่อครัวเรือน พบว่าลำดับของโครงการที่มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุดไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามแม้โครงการที่ 1 จะมีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุด แต่จากข้อมูลการสำรวจครัวเรือนพบว่า มีครัวเรือนที่สนใจเข้าร่วมโครงการที่ 1 เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ซึ่งหมายถึงว่าถ้าดำเนินการตามโครงการที่ 1 จะต้องมีการจัดการกับปริมาณของเสียอันตรายที่ไม่ได้รับการคัดแยกเพื่อมาเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก อันนำมาซึ่งผลกระทบภายนอกของของเสียอันตรายที่จะเกิดขึ้น ทางเลือกที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติน่าจะเป็นโครงการที่ 2 คือโครงการออกรับของเสียถึงหน้าบ้านที่มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุดเป็นอันดับ 2 เนื่องจากมีคนสนใจเข้าร่วมโครงการ ถึงร้อยละ 68 ของผู้ตอบแบบสอบถาม.
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    average rating: 0.0 (0 votes)
Item type Location Location Call number Copy number Barcode Status Date due
10000 Thesis, Theses, IS Thesis, Theses, IS ODI General Collection
ODI General Collection IS ศศ 1 ก46 2561 (Browse shelf) 1 1000531152 Available

พิมพ์ดีด (ถ่ายสำเนา)

บรรณานุกรม: แผ่นที่ [49]-51.

การศึกษาครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบันของการจัดการของเสียอันตรายขององค์การบริหารส่วนตำบลค่ายบางระจัน 2) วิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผลในการจัดการของเสียอันตรายขององค์การบริหารส่วนตำบลค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ข้อมูลจากการศึกษานี้ รวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิ และการสำรวจครัวเรือนแบบเจาะจง จำนวน 100 ครัวเรือน เพื่อนำมาเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผลของโครงการที่เป็นไปได้ในการจัดการของเสียอันตราย 3 โครงการภายใต้อายุโครงการ 10 ปี ได้แก่ 1) การตั้งจุดรับทิ้งของเสียอันตรายแบบครบวงจร 2) โครงการออกรับของเสียอันตรายถึงหน้าบ้าน และ 3) โครงการธนาคารของเสียอันตราย ซึ่งโครงการที่เหมาะสมตามเงื่อนไขการวิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผลคือโครงการที่มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุด โดยการทดสอบความอ่อนไหวด้วยอัตราคิดลดที่แตกต่างกันได้แก่ ร้อยละ 3 ร้อยละ 5 และร้อยละ 8 และการเพิ่มปริมาณของเสียอันตรายจากครัวเรือนจากค่าอัตราการเติบโตของขยะในปัจจุบันจาก 1.654 กิโลกรัมต่อครัวเรือนต่อเดือนเป็น 2 กิโลกรัมต่อครัวเรือนต่อเดือนและ 3 กิโลกรัมต่อครัวเรือนต่อเดือน ผลการวิเคราะห์พบว่า 1) องค์การบริหารส่วนตำบลค่ายบางระจันสามารถจัดเก็บของเสียอันตรายของครัวเรือนได้เพียง 30 กิโลกรัมต่อเดือน โดยของเสียอันตรายที่ไม่ได้รับการจัดการย่อมส่งผลก่อให้เกิดผลกระทบภายนอกทางลบต่อสังคม และ 2) โครงการที่มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุดคือโครงการที่ 1 โครงการที่ตั้งจุดรับของเสียอันตรายแบบครบวงจร มีต้นทุนอยู่ในช่วง 14,231 - 18,654 บาทต่อตัน ณ ราคาคงที่ พ.ศ.2561 และเมื่อทำการวิเคราะห์ความอ่อนไหวด้วยอัตราคิดลดและปริมาณของเสียอันตรายต่อครัวเรือน พบว่าลำดับของโครงการที่มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุดไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามแม้โครงการที่ 1 จะมีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุด แต่จากข้อมูลการสำรวจครัวเรือนพบว่า มีครัวเรือนที่สนใจเข้าร่วมโครงการที่ 1 เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ซึ่งหมายถึงว่าถ้าดำเนินการตามโครงการที่ 1 จะต้องมีการจัดการกับปริมาณของเสียอันตรายที่ไม่ได้รับการคัดแยกเพื่อมาเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก อันนำมาซึ่งผลกระทบภายนอกของของเสียอันตรายที่จะเกิดขึ้น ทางเลือกที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติน่าจะเป็นโครงการที่ 2 คือโครงการออกรับของเสียถึงหน้าบ้านที่มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำสุดเป็นอันดับ 2 เนื่องจากมีคนสนใจเข้าร่วมโครงการ ถึงร้อยละ 68 ของผู้ตอบแบบสอบถาม.

There are no comments for this item.

Log in to your account to post a comment.
    สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ : Free Hit Counter