Normal view MARC view ISBD view

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการคงอยู่ในงานของบุคลากรโรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี = Factors related to retention of personnel at Ban Pong Hospital in Ratchaburi Province / นายธีระชัย วงศ์เอกอักษร.

By: ธีระชัย วงศ์เอกอักษร,, 2519- ผู้แต่ง.
Contributor(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
Call number: IS วส 4 ธ64 2561 Material type: TextTextProducer: 2561Description: [ก]-ญ, 94 แผ่น : ภาพประกอบ ; 30 ซม.Content type: text | still image Media type: unmediated Carrier type: volumeOther title: Factors related to retention of personnel at Ban Pong Hospital in Ratchaburi Province.Subject(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ -- การศึกษาเฉพาะกรณี | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วิชาเอกบริหารโรงพยาบาล -- การศึกษาเฉพาะกรณี | บุคลากรโรงพยาบาล -- ไทย -- ราชบุรี | การทำงาน -- แง่จิตวิทยา | การจูงใจในการทำงาน | การศึกษาอิสระ -- บริหารโรงพยาบาลAbstract: การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) การคงอยู่ในงานของบุคลากร (2) ปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากร และ (3) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล และปัจจัยแรงจูงใจในการทำงาน กับการคงอยู่ในงานของบุคลากรในโรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ประชากรคือบุคลากรทุกระดับที่สังกัดโรงพยาบาลบ้านโป่ง โดยมีระยะเวลาทำงานในโรงพยาบาลบ้านโป่งอย่างน้อย 1 ปี จำนวนทั้งสิ้น 741 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 349 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิตามสัดส่วนของประเภทบุคลากร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม มีค่าความเที่ยงของแบบสอบถามในส่วนของแรงจูงใจในการทำงานและการคงอยู่ในงานเท่ากับ 0.827 และ 0.945 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ไคสแควร์ และสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า (1) การคงอยู่ในงานโดยรวมอยู่ในระดับสูง (2) ปัจจัยส่วนบุคคล พบว่าบุคลากรกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุดได้แก่กลุ่มอายุ 41-50 ปี ระยะเวลาอยู่ในองค์กร 1-10 ปี ระดับรายได้ 10,001-20,000 บาทต่อเดือน มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอบ้านโป่ง และเป็นบุคลากรประเภทกลุ่มวิชาชีพ ปัจจัยแรงจูงใจในการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับสูง และ (3) ระยะเวลาอยู่ในองค์กรเป็นปัจจัยส่วนบุคคลปัจจัยเดียวที่มีความสัมพันธ์กับระดับการคงอยู่ในงาน ส่วนแรงจูงใจในการทำงาน โดยรวมมีความสัมพันธ์ในระดับสูง (r=0.708) กับการคงอยู่ในงานของบุคลากรในโรงพยาบาลบ้านโป่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05.
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    average rating: 0.0 (0 votes)
Item type Location Location Call number Copy number Barcode Status Date due
10000 Thesis, Theses, IS Thesis, Theses, IS ODI General Collection
ODI General Collection IS วส 4 ธ64 2561 (Browse shelf) 1 1000531191 Available

พิมพ์ดีด (ถ่ายสำเนา)

บรรณานุกรม: แผ่นที่ [73]-77.

การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) การคงอยู่ในงานของบุคลากร (2) ปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากร และ (3) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล และปัจจัยแรงจูงใจในการทำงาน กับการคงอยู่ในงานของบุคลากรในโรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ประชากรคือบุคลากรทุกระดับที่สังกัดโรงพยาบาลบ้านโป่ง โดยมีระยะเวลาทำงานในโรงพยาบาลบ้านโป่งอย่างน้อย 1 ปี จำนวนทั้งสิ้น 741 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 349 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิตามสัดส่วนของประเภทบุคลากร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม มีค่าความเที่ยงของแบบสอบถามในส่วนของแรงจูงใจในการทำงานและการคงอยู่ในงานเท่ากับ 0.827 และ 0.945 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ไคสแควร์ และสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า (1) การคงอยู่ในงานโดยรวมอยู่ในระดับสูง (2) ปัจจัยส่วนบุคคล พบว่าบุคลากรกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุดได้แก่กลุ่มอายุ 41-50 ปี ระยะเวลาอยู่ในองค์กร 1-10 ปี ระดับรายได้ 10,001-20,000 บาทต่อเดือน มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอบ้านโป่ง และเป็นบุคลากรประเภทกลุ่มวิชาชีพ ปัจจัยแรงจูงใจในการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับสูง และ (3) ระยะเวลาอยู่ในองค์กรเป็นปัจจัยส่วนบุคคลปัจจัยเดียวที่มีความสัมพันธ์กับระดับการคงอยู่ในงาน ส่วนแรงจูงใจในการทำงาน โดยรวมมีความสัมพันธ์ในระดับสูง (r=0.708) กับการคงอยู่ในงานของบุคลากรในโรงพยาบาลบ้านโป่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05.

There are no comments for this item.

Log in to your account to post a comment.
    สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ : Free Hit Counter