Normal view MARC view ISBD view

รายงานการวิจัยเรื่องระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่และพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช = New media literacy skills and usage behaviors of Facebook and Line application among the Communication Arts Students, Sukhothai Thammathirat Open University / โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสาวนี ชินนาลอง, รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบา สุธีธร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุกานดา วรพันธุ์พงศ์.

By: เสาวนี ชินนาลอง, ผู้วิจัย.
Contributor(s): บุษบา สุธีธร, ผู้วิจัย. | สุกานดา วรพันธุ์พงศ์, ผู้วิจัย. | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Call number: P96.M4 ส75 2563 Material type: TextTextPublisher: [นนทบุรี] : [มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช], 2563Description: (6), 66 แผ่น ; 30 ซม.Content type: text Media type: unmediated Carrier type: volumeOther title: ระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่และพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | New media literacy skills and usage behaviors of Facebook and Line application among the Communication Arts Students, Sukhothai Thammathirat Open University.Subject(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช -- นักศึกษา -- วิจัย | การรู้เท่าทันสื่อ | สื่อสังคมออนไลน์ -- การใช้ประโยชน์Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ 2) พฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ 3) เปรียบเทียบระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ตามลักษณะประชากร 4) เปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ตามลักษณะประชากร และ 5) ความสัมพันธ์ระหว่างระดับการรู้เท่าทันสื่อกับพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ งานวิจัยนี้ป็นการวิจัยแบบผสมวิธี ใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ส่วน ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (survey research) ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาที่เข้าอบรมชุดวิชาประสบการณ์วิชาชีพนิเทศศาสตร์ ในภาคการศึกษาที่ 1 และ 2/2559 รวมจำนวน 178 คน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มจากนักศึกษาที่เข้าอบรมชุดวิชาประสบการณ์วิชาชีพนิเทศศาสตร์ ในภาคการศึกษาที่ 1/2559 และ 2/2559 จำนวน 24 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมาก 2) พฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ กลุ่มตัวอย่างใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของเฟซบุ๊กได้หลากหลาย โดยเครื่องมือที่ใช้มากที่สุด ได้แก่ กดไลค์ โพสต์รูป และส่งข้อความส่วนตัว ส่วนเครื่องมือในไลน์ที่ใช้มากที่สุด ได้แก่ การแชท การส่งสติ๊กเกอร์และการเพิ่มเพื่อน 3) ระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่ไม่มีความสัมพันธ์กับลักษณะทางประชากร (เพศ อายุ วุฒิการศึกษาและรายได้) ของกลุ่มตัวอย่าง 4) พฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์กับลักษณะทางประชากร พบว่าลักษณะทางประชากร ได้แก่ อายุ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊ก ทั้งในด้านความถี่และระยะเวลาที่ใช้ ขณะที่รายได้และเพศมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ไลน์ ส่วนวุฒิการศึกษาไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ และ 5) ระดับการรู้เท่าทันสื่อมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า 1) เฟซบุ๊กและไลน์ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้ แต่การใช้ไลน์สามารถตอบสนองได้มากกว่าเฟซบุ๊ก เป็นเครื่องมือที่สื่อสารได้ทั้งข้อความ ภาพ และเสียง ดังนั้น ไลน์จึงเป็นช่องทางที่เข้าถึงคู่สื่อสารได้ตรงตัวและรวดเร็ว 2) สาขาวิชาฯ ควรใช้เฟซบุ๊กและไลน์เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากเข้าถึงนักศึกษาได้รวดเร็ว เปิดดูซ้ำได้และติดต่อกลับได้ โดยกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าควรใช้ไลน์ เพราะคนทั่วไปมีพฤติกรรมเข้าใช้ไลน์ทุกวัน 3) สาขาวิชาฯ ควรใช้เฟซบุ๊กและไลน์เป็นช่องทางในการให้คำปรึกษาหรือบริการตอบคำถามทางวิชาการ โดยเห็นว่าควรใช้ไลน์ เพราะเข้าถึงและติดต่อกลับง่าย.
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    average rating: 0.0 (0 votes)
Item type Location Location Call number Copy number Barcode Status Date due
20000 General Book General Book CB General Collection
CB General Collection P96.M4 ส75 2563 (Browse shelf) 1 1000414417 Available
10000 General Book General Book ODI General Collection
ODI General Collection P96.M4 ส75 2563 (Browse shelf) 1 1000530976 Available
10000 General Book General Book ODI General Collection
ODI General Collection P96.M4 ส75 2563 (Browse shelf) 2 1000530977 Available
70000 General Book General Book PB General Collection
PB General Collection P96.M4 ส75 2563 (Browse shelf) 1 1000450879 Available

บรรณานุกรม: แผ่นที่ 56-57.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ 2) พฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ 3) เปรียบเทียบระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ตามลักษณะประชากร 4) เปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์ตามลักษณะประชากร และ 5) ความสัมพันธ์ระหว่างระดับการรู้เท่าทันสื่อกับพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ งานวิจัยนี้ป็นการวิจัยแบบผสมวิธี ใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ส่วน ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (survey research) ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาที่เข้าอบรมชุดวิชาประสบการณ์วิชาชีพนิเทศศาสตร์ ในภาคการศึกษาที่ 1 และ 2/2559 รวมจำนวน 178 คน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มจากนักศึกษาที่เข้าอบรมชุดวิชาประสบการณ์วิชาชีพนิเทศศาสตร์ ในภาคการศึกษาที่ 1/2559 และ 2/2559 จำนวน 24 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมาก 2) พฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ กลุ่มตัวอย่างใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของเฟซบุ๊กได้หลากหลาย โดยเครื่องมือที่ใช้มากที่สุด ได้แก่ กดไลค์ โพสต์รูป และส่งข้อความส่วนตัว ส่วนเครื่องมือในไลน์ที่ใช้มากที่สุด ได้แก่ การแชท การส่งสติ๊กเกอร์และการเพิ่มเพื่อน 3) ระดับการรู้เท่าทันสื่อใหม่ไม่มีความสัมพันธ์กับลักษณะทางประชากร (เพศ อายุ วุฒิการศึกษาและรายได้) ของกลุ่มตัวอย่าง 4) พฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์กับลักษณะทางประชากร พบว่าลักษณะทางประชากร ได้แก่ อายุ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊ก ทั้งในด้านความถี่และระยะเวลาที่ใช้ ขณะที่รายได้และเพศมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ไลน์ ส่วนวุฒิการศึกษาไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ และ 5) ระดับการรู้เท่าทันสื่อมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กและไลน์ของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า 1) เฟซบุ๊กและไลน์ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้ แต่การใช้ไลน์สามารถตอบสนองได้มากกว่าเฟซบุ๊ก เป็นเครื่องมือที่สื่อสารได้ทั้งข้อความ ภาพ และเสียง ดังนั้น ไลน์จึงเป็นช่องทางที่เข้าถึงคู่สื่อสารได้ตรงตัวและรวดเร็ว 2) สาขาวิชาฯ ควรใช้เฟซบุ๊กและไลน์เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากเข้าถึงนักศึกษาได้รวดเร็ว เปิดดูซ้ำได้และติดต่อกลับได้ โดยกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าควรใช้ไลน์ เพราะคนทั่วไปมีพฤติกรรมเข้าใช้ไลน์ทุกวัน 3) สาขาวิชาฯ ควรใช้เฟซบุ๊กและไลน์เป็นช่องทางในการให้คำปรึกษาหรือบริการตอบคำถามทางวิชาการ โดยเห็นว่าควรใช้ไลน์ เพราะเข้าถึงและติดต่อกลับง่าย.

การวิจัยครั้งนี้ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยประจำปี 2559 (ประเภททุนวิจัยวิชาการ) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

There are no comments for this item.

Log in to your account to post a comment.
    สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ : Free Hit Counter