Normal view MARC view ISBD view

รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนามาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ = Development of legal measure on quality control for Geographical Indications / โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ตะวัน เดชภิรัตนมงคล.

By: ตะวัน เดชภิรัตนมงคล, ผู้วิจัย.
Contributor(s): มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Call number: HJ6617 ต65 2563 Material type: TextTextPublisher: [นนทบุรี] : [มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช], 2563Description: (10), 219 แผ่น : ภาพประกอบ (ภาพสีบางภาพ) ; 30 ซม.Content type: text | still image Media type: unmediated Carrier type: volumeOther title: การพัฒนามาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ | Development of legal measure on quality control for Geographical Indications.Subject(s): สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ | การควบคุมคุณภาพ -- มาตรฐาน -- วิจัยAbstract: การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และความเป็นมาเกี่ยวกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามความตกลงระหว่างประเทศระเบียบประชาคมยุโรป กฎหมายประเทศญี่ปุ่น และกฎหมายไทย (3) เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามความตกลงระหว่างประเทศ ระเบียบประชาคมยุโรป กฎหมายประเทศญี่ปุ่น และกฎหมายไทย และ (4) เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนากฎหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้เทคนิคการวิจัยเอกสาร และการสัมภาษณ์เจาะลึก ผลการวิจัยพบว่าอนุสัญญากรุงปารีส ความตกลงมาดริด ความตกลงลิสบอนและความตกลงทริปส์ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นการเฉพาะ แต่มีหลักการทั่วไปที่สอดคล้องกัน การห้ามใช้ชื่อที่ทำให้สับสนหลงผิดต่อสาธารณชน ส่วนระเบียบประชาคมยุโรปที่ 1151/2012 และ The Geographical Indications Act ของประเทศญี่ปุ่นมีสภาพบังคับให้ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงหลักฐานการได้รับการควบคุมคุณภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนขอจดทะเบียน และเมื่อได้รับการจดทะเบียนแล้วกฎหมายให้ผู้ผลิตมีหน้าที่ต้องแสดงชื่อเรียก สัญลักษณ์บนสินค้า อีกทั้งเมื่อมีข้อสงสัยในคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์กฎหมายมีสภาพบังคับให้เพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้ ขณะที่กฎหมายคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยกลับไม่มีบทบัญญัติในประเด็นนี้ทำให้เกิดอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย และส่งผลถึงมาตรฐานสินค้า งานวิจัยนี้จึงเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย (1) บัญญัติให้มีการแสดงหลักฐานการควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนการขอขึ้นทะเบียน ให้ผู้ผลิตสินค้าปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติงานสำหรับผู้ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และแผนควบคุมตรวจสอบตามที่ได้ยื่นไว้ในขณะขอขึ้นทะเบียน (2) ให้นายทะเบียนมีอำนาจควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ภายหลังการรับการขึ้นทะเบียน ในการเฝ้าระวังดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติตามเกณฑ์ควบคุมคุณภาพที่ผู้ผลิตดำเนินการตามขั้นตอนควบคุมคุณภาพก่อนขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และเมื่อสถานการณ์ด้านคุณภาพสินค้าเปลี่ยนแปลงไปภายหลังการขึ้นทะเบียน ให้นายทะเบียนมีอำนาจแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้ และ (3) ควรแก้ไขเพิ่มเติมจุดเริ่มต้นนับระยะเวลาการอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยให้มีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่ดำเนินการตรวจประเมินการปฏิบัติตามแผนและคู่มือปฏิบัติงานสินค้า.
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    average rating: 0.0 (0 votes)
Item type Location Location Call number Copy number Barcode Status Date due
10000 General Book General Book ODI General Collection
ODI General Collection HJ6617 ต65 2563 (Browse shelf) 1 1000530742 Available
10000 General Book General Book ODI General Collection
ODI General Collection HJ6617 ต65 2563 (Browse shelf) 2 1000530743 Available

บรรณานุกรม: แผ่นที่ 211-219.

การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และความเป็นมาเกี่ยวกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามความตกลงระหว่างประเทศระเบียบประชาคมยุโรป กฎหมายประเทศญี่ปุ่น และกฎหมายไทย (3) เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามความตกลงระหว่างประเทศ ระเบียบประชาคมยุโรป กฎหมายประเทศญี่ปุ่น และกฎหมายไทย และ (4) เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนากฎหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้เทคนิคการวิจัยเอกสาร และการสัมภาษณ์เจาะลึก ผลการวิจัยพบว่าอนุสัญญากรุงปารีส ความตกลงมาดริด ความตกลงลิสบอนและความตกลงทริปส์ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นการเฉพาะ แต่มีหลักการทั่วไปที่สอดคล้องกัน การห้ามใช้ชื่อที่ทำให้สับสนหลงผิดต่อสาธารณชน ส่วนระเบียบประชาคมยุโรปที่ 1151/2012 และ The Geographical Indications Act ของประเทศญี่ปุ่นมีสภาพบังคับให้ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงหลักฐานการได้รับการควบคุมคุณภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนขอจดทะเบียน และเมื่อได้รับการจดทะเบียนแล้วกฎหมายให้ผู้ผลิตมีหน้าที่ต้องแสดงชื่อเรียก สัญลักษณ์บนสินค้า อีกทั้งเมื่อมีข้อสงสัยในคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์กฎหมายมีสภาพบังคับให้เพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้ ขณะที่กฎหมายคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยกลับไม่มีบทบัญญัติในประเด็นนี้ทำให้เกิดอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย และส่งผลถึงมาตรฐานสินค้า งานวิจัยนี้จึงเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย (1) บัญญัติให้มีการแสดงหลักฐานการควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนการขอขึ้นทะเบียน ให้ผู้ผลิตสินค้าปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติงานสำหรับผู้ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และแผนควบคุมตรวจสอบตามที่ได้ยื่นไว้ในขณะขอขึ้นทะเบียน (2) ให้นายทะเบียนมีอำนาจควบคุมคุณภาพสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ภายหลังการรับการขึ้นทะเบียน ในการเฝ้าระวังดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติตามเกณฑ์ควบคุมคุณภาพที่ผู้ผลิตดำเนินการตามขั้นตอนควบคุมคุณภาพก่อนขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และเมื่อสถานการณ์ด้านคุณภาพสินค้าเปลี่ยนแปลงไปภายหลังการขึ้นทะเบียน ให้นายทะเบียนมีอำนาจแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้ และ (3) ควรแก้ไขเพิ่มเติมจุดเริ่มต้นนับระยะเวลาการอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยให้มีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่ดำเนินการตรวจประเมินการปฏิบัติตามแผนและคู่มือปฏิบัติงานสินค้า.

การวิจัยครั้งนี้ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากกองทุนรัตนโกสินทร์สมโภช 200 ปี ประจำปี 2561 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

There are no comments for this item.

Log in to your account to post a comment.
    สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ : Free Hit Counter