Normal view MARC view ISBD view

รายงานการวิจัยเรื่อง การใช้กิจกรรมนันทนาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษ / นางจิดาภา เจตนิพิฐอาภา.

By: จิดาภา เจตนิพิฐอาภา, ผู้วิจัย.
Call number: GV183.5 จ63 2563 Material type: TextTextPublisher: กรุงเทพฯ : สำนักนันทนาการ กรมพลศึกษา, [2563]Description: ก-ฐ, 474 หน้า : ภาพประกอบ, แผนภูมิ ; 30 ซม.Content type: text | still image Media type: unmediated Carrier type: volumeOther title: การใช้กิจกรรมนันทนาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษ.Subject(s): คนพิการ -- นันทนาการ -- วิจัย | คุณภาพชีวิต -- วิจัยAbstract: การวิจัยเรื่องการใช้กิจกรรมนันทนาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษ (ผู้พิการ) มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาความต้องการในการจัดโปรแกรมนันทนาการสำหรับบุคคลกลุ่มพิเศษ ในกลุ่มโรงเรียนเฉพาะความพิการในจังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อพัฒนาโปรแกรมนันทนาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษ ในกลุ่มโรงเรียนเฉพาะความพิการในจังหวัดเชียงใหม่ และ 3) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษด้วยโปรแกรมนันทนาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษ ในกลุ่มโรงเรียนเฉพาะความพิการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผลการวิจัยดังนี้ 1) นักเรียนมีความต้องการในการจัดกิจกรรมนันทนาการอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.60 2) ผู้วิจัยจัดกิจกรรมนันทนาการ 3 วัน 2 คืน พบว่าการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ และหลังการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ ในด้านร่างกาย (Physical Domain) มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 1.54 คิดเป็นร้อยละ 30.84 ด้านจิตใจ (Psychological Domain) มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 1.76 คิดเป็นร้อยละ 35.11 ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม (Social Relationships) มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 1.77 คิดเป็นร้อยละ 35.42 และด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 1.76 คิดเป็นร้อยละ 35.18 และในภาพรวมเปรียบเทียบก่อนการทดลอง และหลังการทดลอง มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 6.83 คิดเป็นร้อยละ 136.55 มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 3) ผลความพึงพอใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.53 ผู้วิจัยนำผลการจัดกิจกรรมนันทนาการมาวิเคราะห์ พบว่ากิจกรรมนันทนาการสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05.
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    average rating: 0.0 (0 votes)
Item type Location Location Call number Copy number Barcode Status Date due
10000 General Book General Book ODI General Collection
ODI General Collection GV183.5 จ63 2563 (Browse shelf) 1 1000531041 Available

บรรณานุกรม: หน้า 311-319.

การวิจัยเรื่องการใช้กิจกรรมนันทนาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษ (ผู้พิการ) มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาความต้องการในการจัดโปรแกรมนันทนาการสำหรับบุคคลกลุ่มพิเศษ ในกลุ่มโรงเรียนเฉพาะความพิการในจังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อพัฒนาโปรแกรมนันทนาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษ ในกลุ่มโรงเรียนเฉพาะความพิการในจังหวัดเชียงใหม่ และ 3) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษด้วยโปรแกรมนันทนาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษ ในกลุ่มโรงเรียนเฉพาะความพิการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผลการวิจัยดังนี้ 1) นักเรียนมีความต้องการในการจัดกิจกรรมนันทนาการอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.60 2) ผู้วิจัยจัดกิจกรรมนันทนาการ 3 วัน 2 คืน พบว่าการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ และหลังการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ ในด้านร่างกาย (Physical Domain) มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 1.54 คิดเป็นร้อยละ 30.84 ด้านจิตใจ (Psychological Domain) มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 1.76 คิดเป็นร้อยละ 35.11 ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม (Social Relationships) มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 1.77 คิดเป็นร้อยละ 35.42 และด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 1.76 คิดเป็นร้อยละ 35.18 และในภาพรวมเปรียบเทียบก่อนการทดลอง และหลังการทดลอง มีพัฒนาการมีผลต่างอยู่ที่ 6.83 คิดเป็นร้อยละ 136.55 มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 3) ผลความพึงพอใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.53 ผู้วิจัยนำผลการจัดกิจกรรมนันทนาการมาวิเคราะห์ พบว่ากิจกรรมนันทนาการสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลกลุ่มพิเศษอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05.

There are no comments for this item.

Log in to your account to post a comment.
    สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ : Free Hit Counter