Normal view MARC view ISBD view

รายงานการวิจัยเรื่องผลของการใช้บทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัลสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช = Effects of using interactive multimedia lessons to enhance presentation abilities by using digital media for Sukhothai Thammathirat Open University's Undergraduate Students / โดย รองศาสตราจารย์ธนัทณัฏฐ์ ฉัตรภัครัตน์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศุภนิตา สุดสวาสดิ์, นางวาณี แม้นพิกุลแก้ว.

By: ธนัทณัฏฐ์ ฉัตรภัครัตน์, ผู้วิจัย.
Contributor(s): ศุภนิตา สุดสวาสดิ์, ผู้วิจัย. | วาณี แม้นพิกุลแก้ว, ผู้วิจัย. | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Call number: LB1028.5 ธ36 2562 Material type: TextTextPublisher: [นนทบุรี] : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2562Description: [8], 124 แผ่น : ภาพประกอบ (ภาพสีบางภาพ), แผนภูมิ ; 30 ซม.Content type: text | still image Media type: unmediated Carrier type: volumeOther title: ผลของการใช้บทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัล สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | Effects of using interactive multimedia lessons to enhance presentation abilities by using digital media for Sukhothai Thammathirat Open University's Undergraduate Students.Subject(s): คอมพิวเตอร์ช่วยการสอน | แบบเรียนสำเร็จรูป | สื่ออิเล็กทรอนิกส์ -- การผลิตSummary: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการและความคิดเห็นของนักศึกษา อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัลสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2) เพื่อออกแบบและพัฒนาบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ และ 3) ศึกษาผลของการใช้บทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัล งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองขั้นต้น มีแบบแผนการวิจัยเป็นแบบกลุ่มเดียว แบ่งวิธีดำเนินการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1) ศึกษาความต้องการและความคิดเห็นของนักศึกษา อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการนำเสนองานตัวยสื่อดิจิทัลของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เครื่องมือวิจัยที่ใช้เป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ ระยะที่ 2) ออกแบบและพัฒนาบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ เครื่องมือวิจัยที่ใช้เป็นแบบประเมินบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้น และระยะที่ 3) ศึกษาผลการทดลองใช้บทเรียนมัสติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ เครื่องมือวิจัยที่ใช้งานวิจัยประกอบด้วย (1) แบบทดสอบความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัล (2) แบบประเมินชิ้นงาน (3) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ ตัวอย่างที่ใช้ในการพดลองเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชที่ลงทะเบียนในชุดวิชา 14422 การนำเสนองานเป็นภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิผลจำนวน 31 คน ระยะเวลาการทดลอง 6 สัปดาห์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที่แบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test Dependent) ผลการวิจัย พบว่า 1) นักศึกษา อาจารย์ มีความต้องการและความคิดเห็นว่าบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ควรนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ขอฟต์แวร์และเครื่องมือทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการผลิตคลิปวิดีโออย่างง่าย และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความต้องการ ส่วนผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นว่าบทเรียนควรออกแบบให้สามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อเป็นการปรับปรุงการเรียนรู้ของผู้เรียนเอง 2) ผลจากการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญด้านสือจำนวน 5 คน พบว่าบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพอยู่ในระดับมวกที่สุด 3) ตัวอย่างวิจัยที่เรียนด้วยบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์มีความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัลหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 4) ตัวอย่างวิจัยมีความพึงพอใจต่อบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์อยู่ในระดับมากที่สุด.
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    average rating: 0.0 (0 votes)
Item type Location Location Call number Copy number Barcode Status Date due
60000 General Book General Book NR General Collection
NR General Collection LB1028.5 ธ36 2562 (Browse shelf) 1 1000406412 Available
10000 General Book General Book ODI General Collection
ODI General Collection LB1028.5 ธ36 2562 (Browse shelf) 1 1000529888 Available
90000 General Book General Book UB General Collection
UB General Collection LB1028.5 ธ36 2562 (Browse shelf) 1 1000469147 Available

บรรณานุกรม: แผ่นที่ [83]-89.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการและความคิดเห็นของนักศึกษา อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัลสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2) เพื่อออกแบบและพัฒนาบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ และ 3) ศึกษาผลของการใช้บทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัล งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองขั้นต้น มีแบบแผนการวิจัยเป็นแบบกลุ่มเดียว แบ่งวิธีดำเนินการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1) ศึกษาความต้องการและความคิดเห็นของนักศึกษา อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการนำเสนองานตัวยสื่อดิจิทัลของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เครื่องมือวิจัยที่ใช้เป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ ระยะที่ 2) ออกแบบและพัฒนาบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ เครื่องมือวิจัยที่ใช้เป็นแบบประเมินบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้น และระยะที่ 3) ศึกษาผลการทดลองใช้บทเรียนมัสติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ เครื่องมือวิจัยที่ใช้งานวิจัยประกอบด้วย (1) แบบทดสอบความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัล (2) แบบประเมินชิ้นงาน (3) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ ตัวอย่างที่ใช้ในการพดลองเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชที่ลงทะเบียนในชุดวิชา 14422 การนำเสนองานเป็นภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิผลจำนวน 31 คน ระยะเวลาการทดลอง 6 สัปดาห์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที่แบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test Dependent) ผลการวิจัย พบว่า 1) นักศึกษา อาจารย์ มีความต้องการและความคิดเห็นว่าบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ควรนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ขอฟต์แวร์และเครื่องมือทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการผลิตคลิปวิดีโออย่างง่าย และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความต้องการ ส่วนผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นว่าบทเรียนควรออกแบบให้สามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อเป็นการปรับปรุงการเรียนรู้ของผู้เรียนเอง 2) ผลจากการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญด้านสือจำนวน 5 คน พบว่าบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพอยู่ในระดับมวกที่สุด 3) ตัวอย่างวิจัยที่เรียนด้วยบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์มีความสามารถในการนำเสนองานด้วยสื่อดิจิทัลหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 4) ตัวอย่างวิจัยมีความพึงพอใจต่อบทเรียนมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์อยู่ในระดับมากที่สุด.

การวิจัยครั้งนี้ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยวิชาการประจำปี พ.ศ. 2560 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

There are no comments for this item.

Log in to your account to post a comment.
    สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ : Free Hit Counter