Normal view MARC view ISBD view

รายงานการวิจัยเรื่องการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของนักศึกษาภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยของรัฐในสามชายแดนภาคใต้ = An appropriate learning management for students with different styles of learning at State-run Universities in three Southernmost Provinces / โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชิดชนก เชิงเชาว์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรทิพย์ เพ็ชรอุไร, ดร.ณรงค์ศักดิ์ รอบคอบ.

By: ชิดชนก เชิงเชาว์, ผู้วิจัย.
Contributor(s): อรทิพย์ เพ็ชรอุไร, ผู้วิจัย. | ณรงค์ศักดิ์ รอบคอบ, ผู้วิจัย.
Call number: LB1027.23 ช63 2559 Material type: TextTextPublisher: [ปัตตานี] : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, [2559?]Description: ก-ข, 59 แผ่น : ภาพประกอบ ; 29 ซม.Content type: text Media type: unmediated Carrier type: volumeOther title: การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของนักศึกษาภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยของรัฐในสามชายแดนภาคใต้ | Appropriate learning management for students with different styles of learning at State-run Universities in three Southernmost Provinces.Subject(s): การเรียนแบบมีส่วนร่วม | ครุศาสตร์ -- การศึกษาและการสอนSummary: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการเรียนรู้ของนักศึกษาและการจัดการเรียนการสอนทีเหมาะสมกับสังคมพหุวัฒนธรรมของคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยึดรูปแบบการเรียนรู้ตามทฤษฎีของ Honey and Mumford (2006) ซึ่งจัดการเรียนรู้ออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ นักคิดวิเคราะห์ นักปฏิบัติ นักทฤษฎี และนักกิจกรรม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยผสมแบบบวิธีผสมวิธีประเภทการออกแบบต่อเนื่องเชิงอธิบาย กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา และสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตยะลาทั้งสิ้น 642 โดยวิธีเลือกแบบเจาะจง การวิจัยเชิงปริมาณใช้การประเมินรูปแบบการเรียนรู้ผ่านการสนทนากลุ่ม การผลการศึกษาพบว่า นักศึกษามีรูปแบบการเรียนรู้ประเภทคิดวิเคราะห์มากที่สุดและส่วนมากยอมรับว่าตนเองมีรูปแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับผลที่ได้จากแบบประเมินรูปแบบการเรียนรู้จริง ส่วนผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า นักศึกษาจำนวนมากมีรูปแบบการเรียนรู้มากกว่า 1 ประเภทโดยมักมีรูปแบบการเรียนรู้แบบนักปฏิบัติร่วมอยู่ด้วย และต้องการให้สถาบันการศึกษาจัดสภาพการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับนักปฏิบัติคือ เน้นการเรียนรู้ที่สามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ใช้สื่อการสอนที่หลากหลายและทันสมัยและมีจำนวนพอเพียงกับนักศึกษา เน้นการเรียนรู้ภาคปฏิบัติเช่น การทำงานในห้องปฏิบัติการหรือการปฏิบัติภาคสนามให้มากขึ้น รวมทั้งลดการบรรยายในห้องเรียนให้น้อยลง ดังนั้น ข้อเสนอแนะการวิจัยคือ คณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ควรใช้หลักการของ Actvie learning เป็นแกนในการจัดการเรียนรู้.
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    average rating: 0.0 (0 votes)
Item type Location Location Call number Copy number Barcode Status Date due
10000 General Book General Book ODI General Collection
ODI General Collection LB1027.23 ช63 2559 (Browse shelf) 1 1000525063 Available

บรรณานุกรม: แผ่นที่ 38-42.

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการเรียนรู้ของนักศึกษาและการจัดการเรียนการสอนทีเหมาะสมกับสังคมพหุวัฒนธรรมของคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยึดรูปแบบการเรียนรู้ตามทฤษฎีของ Honey and Mumford (2006) ซึ่งจัดการเรียนรู้ออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ นักคิดวิเคราะห์ นักปฏิบัติ นักทฤษฎี และนักกิจกรรม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยผสมแบบบวิธีผสมวิธีประเภทการออกแบบต่อเนื่องเชิงอธิบาย กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา และสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตยะลาทั้งสิ้น 642 โดยวิธีเลือกแบบเจาะจง การวิจัยเชิงปริมาณใช้การประเมินรูปแบบการเรียนรู้ผ่านการสนทนากลุ่ม การผลการศึกษาพบว่า นักศึกษามีรูปแบบการเรียนรู้ประเภทคิดวิเคราะห์มากที่สุดและส่วนมากยอมรับว่าตนเองมีรูปแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับผลที่ได้จากแบบประเมินรูปแบบการเรียนรู้จริง ส่วนผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า นักศึกษาจำนวนมากมีรูปแบบการเรียนรู้มากกว่า 1 ประเภทโดยมักมีรูปแบบการเรียนรู้แบบนักปฏิบัติร่วมอยู่ด้วย และต้องการให้สถาบันการศึกษาจัดสภาพการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับนักปฏิบัติคือ เน้นการเรียนรู้ที่สามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ใช้สื่อการสอนที่หลากหลายและทันสมัยและมีจำนวนพอเพียงกับนักศึกษา เน้นการเรียนรู้ภาคปฏิบัติเช่น การทำงานในห้องปฏิบัติการหรือการปฏิบัติภาคสนามให้มากขึ้น รวมทั้งลดการบรรยายในห้องเรียนให้น้อยลง ดังนั้น ข้อเสนอแนะการวิจัยคือ คณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ควรใช้หลักการของ Actvie learning เป็นแกนในการจัดการเรียนรู้.

ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากกองทุนวิจัยวิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประจำปีงบประมาณ 2559 สัญญาที่ ทป59006.

There are no comments for this item.

Log in to your account to post a comment.
    สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ : Free Hit Counter